ระบบเปียก กับ ระบบซักแห้ง
การเปรียบเทียบระบบ
ระบบซักเปียกแบบเก่าหรือแบบดั้งเดิม
ระบบใหม่ทำความสะอาดแบบไม่ใช้น้ำ(แบบซักแห้ง)

ทำความสะอาดอย่างผิวเผิน ทำความสะอาดหนึ่งในสามของเส้นใยพรม

 

 

สภาวะที่เปียกมากเกินไปทำให้เกิดการหดตัวและการแยกขาด การผิดเพี้ยนของสี ความเสียหายของเส้นใยเนื่องจากแชมพูซักและสารเคมีที่รุนแรง

 

 

ทำให้เกิดการสะสมตัวของเชื้อแบคทีเรียในชั้นพื้นฐานของพรม ที่นำไปสู่กลิ่นเหม็นอับที่เลวร้ายและเชื้อโรคในอากาศ

 

 

ลดอายุการใช้งานและทำลายพรมภายในระยะเวลาอันสั้น

 

ใช้ระยะเวลาเพื่อทำให้แห้งนานเกินไป

 

สารเคมีที่ระเหยง่ายและแชมพูราคาถูก

 

 

ต้องมีการทำความสะอาดป็นประจำ

ยังคงเหลือสิ่งสกปรกพร้อมทั้งเศษตกค้างและน้ำสกปรกที่ดูดออกไม่หมดตกค้างภายในพรมถึง 25%+ อยู่ภายในส่วนลึกใต้ของพรมของท่าน

 

 

ทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียฝังตัวและเติบโตอยู่ใต้พรมพร้อมลอยขึ้นสู่อากาศและแพร่กระจายไปในสถานที่อื่นๆภายในโรงแรมหรือองค์กรของท่านผ่านระบบปรับอากาศ

 

ทำให้สิ่งสกปรกเจือจางลงในพรมและผลักดันให้สกปรกยิ่งฝังลึกลงไปอยู่ในชั้นใต้พรม

เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าที่ใช้น้ำแบบดั้งเดิมและล้าสมัย

 

 

 

ทำให้พรมเกิดการเกาะติดของสิ่งสกปรกและรอยเปื้อนอย่างรวดเร็วกว่าปกติหลังการซักเสร็จ

ต้องมีการปิดพื้นที่ขนาดใหญ่และใช้เวลานานกว่าจะแห้ง ทั้งนี้ ทำให้โรงแรมต้องสูญเสียรายได้อย่างมหาศาล

 

 

สร้างความเสียหายต่อเส้นใยทุกชนิด (เส้นด้าย)  เส้นใยชนิดเกลียว เส้นใยแบบห่วง  BCF – เส้นใยต่อเนื่อง)

ทำความสะอาดอย่างล้ำลึกจนถึงชั้นพื้นฐานของพรม ขจัดสิ่งสกปรกได้มากกว่า 80% ซึ่งมากกว่าระบบอื่นใด

 

ไม่ต้องใช้น้ำ จึงไม่มีความผิดปกติของสี ไม่ทำให้สีพรมจางลง แต่เป็นการปรับปรุงสีช่วยให้สดสว่างขึ้น เนื่องจากเรามิได้ทำให้สิ่งสกปรกเจือจางลงไปฝังในเส้นใยเหมือนระบบเก่า

 

ไม่มีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียเนื่องจากพรมจะแห้งสนิทไม่เปียกชื้น

 

 

ยืดอายุการใช้งานของพรมได้มากกว่า 10 ปี โดยการใช้ผลิตภัณฑ์และระบบที่ปลอดภัยนี้

 

 

ใช้เวลาในการทำให้แห้งแค่ 20-40 นาที โดยไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมเป่า

 

 

สารเคมีทั้งหมดของเราปลอดภัยและได้รับการรับรอง CRI และได้รับตราประทับรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยปราศจากสารระเหย VOC

 

 

ใช้ระยะเวลาทำความสะอาดเพียงหนึ่งในสี่ของระบบแบบเก่าดั้งเดิม

 

ทิ้งคราบน้ำไว้ 0% เนื่องจากไม่มีการใช้น้ำ ไม่มีสิ่งสกปรก ไม่มีสิ่งตกค้างที่ติดอยู่ ทำให้ได้พรมที่นุ่มและเบา สะอาด มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ

 

 

เราขจัดเชื้อแบคทีเรียทั้งหมดออกก่อนที่จะแพร่สู่อากาศ โดยทำให้พรมของท่านแห้ง เนื่องจากเราไม่ใช้น้ำในการซัก

 

เราขจัดสิ่งสกปรกในพรมออกก่อนทำการเริ่มขั้นตอนการซัก แล้วเราจึงสามารถเริ่มทำความสะอาดตามขั้นตอนซักพรมของท่านอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น ไม่มีบริษัทอื่นที่สามารถดำเนินการได้อย่างเรา

 

เป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัยมากที่สุดในการทำความสะอาดพรมสำหรับเครื่องจักร สารเคมี และระบบต่างๆ

 

การเกาะจับของสิ่งสกปรกและรอยเปื้อนจะเกิดขึ้นน้อยและช้าลงเนื่องจากไม่มีสารตกค้างให้เกิดการเหนียวหนึบบนเส้นพรม

 

ไม่จำเป็นต้องปิดพื้นที่ใดๆเป็นเวลานาน เพราะหลังซักเสร็จพรมจะแห้งภายใน 20นาที และเครื่องจักรทำงานได้เงียบมาก หมายความว่า ไม่มีเสียงบกวนบริเวณข้างเคียง จึงไม่มีการสูญเสียรายได้ใดๆตามมา

 

ไม่สร้างความเสียหายต่อเส้นใยของท่าน เนื่องจากเราใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้แปรงขนอ่อนในการทำความสะอาดพรมของท่านอย่างระมัดระวัง และทำให้พรมดูเสมือนพรมใหม่

ความเสียหายที่เกิดจากการใช้น้ำด้วยวิธีการดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง

การแตกของตะเข็บที่เกิดจากการหดตัวของพรมเมื่อซักด้วยน้ำบ่อยๆ

การย่นตัวของพรมที่เกิดจากการหดตัวของพรมเมื่อซักด้วยน้ำบ่อยๆ

การย่นตัวของพรมที่เกิดจากการหดตัวของพรมเมื่อซักด้วยน้ำบ่อยๆ

การย่นตัวของพรมที่เกิดจากการหดตัวของพรมเมื่อซักด้วยน้ำบ่อยๆ

การจางของสีหรือการที่มีสีผิดปกติไปจากเดิม

นี่เป็นสีของพรมตั้งแต่แรกเมื่อมีการติดตั้ง แต่ด้วยการใช้ระบบน้ำอย่างต่อเนื่องและสารเคมีที่มีราคาถูก นี่เป็นลักษณะของพรมซึ่งมีการใช้งานมาเพียงแค่ 2 ปี จากพรมที่สีสวยงามและดูหรูหรา กลายเป็นพรมที่ไม่สวยงามและดูหมองสีจางลง ซึ่งมีกลิ่นเหม็นอับแย่มากจากการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียจากชั้นพื้นฐานของพรมอันเนื่องมาจากการใช้น้ำเป็นหลักในการซักพรมบ่อยๆนั่นเอง

 

ต้องมีการเปลี่ยนพรมใหม่หลังจากใช้งานมาเพียงแค่ 2-3 ปีเท่านั้น หากโรงแรมรับฟังคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญของเรา พวกเขาจะยังคงมีพรมลายสีดำที่สวยงาม ลายสีทองอันหรูหราในห้องบอลรูม ซึ่งคงสร้างความพึงพอใจให้แขกที่เข้ามาเยือนได้ไม่น้อย

 

แต่หากว่าเช่นเดียวกับโรงแรมส่วนใหญ่ ที่พยายามประหยัดเงินลดค่าใช้จ่ายในการซักพรมโดยการซักเองด้วยระบบเก่าแบบใช้น้ำโดยไม่ได้ไตร่ตรองว่าวิธีนี้จะยิ่งสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลในเวลาเพียงสั้นๆ จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไรในการเปลี่ยนพรมห้องบอลรูมและห้องโถงใหญ่ขนาดนี้ เจ้าของโรงแรมต้องสูญเงินกี่ล้านในการประหยัดค่าใช้จ่ายที่ผิดวิธีนี้ แต่ส่วนน้อยนักที่จะรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเรา

ภาวะเปียกชื้นมากเกินไปทำให้ด้านล่างพรมเปื่อย
ชั้นพื้นฐานที่เปื่อยของพรมทำให้เส้นใยอ่อนแอลง อาจจะทำให้พรมเสียหายทั้งหมด ความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้ต่อโครงสร้างของพรมและการเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย นี่เป็นเชื้อโรคในอากาศที่ท่านหายใจเข้าไป เมื่อท่านสร้างสถานที่เพาะเช้อแบคทีเรียจากการใช้น้ำซักพรมอย่างต่อเนื่อง เป็นที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบ มืด อุ่น และชื้น ทำให้มีการเพาะเลี้ยงเชื้อโรคและเติบโตขึ้นทุกครั้งที่ทานใช้น้ำซักพรม นั่นคือท่านคือผู้มีส่วนร่วมในการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียทุกครั้งที่มีการใช้น้ำซักพรม เท่ากับว่าเชื้อแบคทีเรียนี้จะกระจายขึ้นสู่ชั้นอากาศทุกครั้งเมื่อมีคนเดินบนพรม หรือดูดฝุ่น หรือทำความสะอาดพรมโดยใช้ระบบน้ำแบบซ้ำๆ ซึ่งจะได้กลิ่นเหม็นอับของเชื้อราอย่างชัดเจน ไม่เป็นการดีเลยสำหรับแขกของท่าน และมีความแน่นอนที่สุดว่า ไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับพนักงานที่จะหายใจเข้าในแต่ละวัน

หากไม่มีการดูแลรักษาด้วยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ นี่จะเป็นผลลัพธ์ที่จะตามมาอย่างแน่นอน พรมจะได้รับความเสียหายและเต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรีย ไม่มีทางเลือกอื่น ยกเว้นการตัดพรมออกและเปลี่ยนพรม รวมถึงแผงยึดติดกับพื้นใต้พรม หรืออาจต้องปิดห้องไปในที่สุดเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้เสียเวลาและเสียเงินอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

หากมีการรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเราตั้งแต่แรก เราสามารถช่วยป้องกันมิให้ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ เราเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้บุกเบิกในสายงานของเรา ดูเหมือนว่ายังมีผู้คนอีกมายมายที่รู้ดีว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องเสียค่าใช่จ่ายสูงเลยทีเดียวในการแก้ไขปัญหาจากการซักพรมที่ผิดวิธีนี้

กล่าวอย่างสั้นๆ “ไม่มีทางลัดไปสู่การดูแลทำความสะอาดที่ดี”
ด้านล่างพรมที่เปื่อยจากการใช้น้ำมาเป็นเวลาหลายปี พรมที่มีอายุ 6 ปี ซึ่งต้องถูกเปลี่ยนใหม่ เราสามรถดูแลรักษาพรมดังกล่าวได้ และทำให้มีอายุการใช้งานที่มีคุณภาพกว่า 8-10 ปีของพรมดังกล่าว นั่นทำให้โรงแรมประหยัดเงินมากเท่าไร นี่เป็นเชื้อแบคทีเรียสีดำซึ่งอยู่ด้านล่างพรมของท่านและอยู่ที่พื้นข้างใต้ นี่เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ท่านหายใจเข้าไปในปอดในแต่ละวันหรือ เมื่อไหร่ที่คนจะเริ่มรับฟังสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญบอกกล่าวแนะนำ เมื่อไหร่ที่ผู้คนยุติความพยายามที่จะตัดค่าใช้จ่ายเพื่อประหยัดเงินโดยแต่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพของพนักงานโรงแรม นี่เป็นคำถามที่เราถามตัวเราเองมาเป็นเวลาเกือบ 8 ปี

น้ำก่อความเสียหายต่อพรม – ไม่มีทางหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริงนี้ได้

ไม่ว่าจะเป็นการซักโดยเครื่องใช้น้ำ(บอเนทแมทชีน) หรือเครื่องซักโดยใช้น้ำร้อน(ฮอทวอเตอร์แอทแทคชั่น) ล้วนแต่ทำให้เสียหาย ทำลาย พรมที่มีราคาแพงของท่านในที่สุด

 

การหดตัวของพรม

ความผิดปกติของสีพรม

การแตกของตะเข็บพรม

การย่นตัวของพรม

การจางของสีพรม

การเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและกลิ่นที่เหม็นอับ

ด้านล่างของพรมที่เปื่อย

สารเคมีตกค้างเหนียวหนืดบนพรมหลังจากการทำความสะอาด (ที่ช่วยเร่งการเกาะติดของสิ่งสกปรกและคราบใหม่)

การทำความสะอาดเป็นประจำโดยใช้ระบบของเรา ช่วยประหยัดเงินของท่าน วิธีเดียวง่ายๆ แค่ใช้บริการของเรา

เมื่อใดที่ท่านใช้การซักแบบน้ำ(ฮอทวอเตอแอทแทคชั่น) ท่านอาจต้องปิดทั้งชั้นเพื่อทำการซัก แต่ที่หนักกว่านั้นคือท่านต้องปิดพื้นที่อย่างน้อย 8-15 ชั่วโมง เพียงเพื่อรอให้พรมแห้งและยังต้องใช้พัดลมเป่ารวมถึงเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญเสีย

 

ทั้งนี้ หมายถึง การสูญเสียรายได้สำหรับโรงแรม และสามารถประเมินตัวอย่าง ดังนี้:

 

ตัวอย่าง:

การซักแบบใช้น้ำร้อน(ฮอทวอเตอร์แอทแทคชั่น)ดั้งเดิม

1 ชั้น ที่มีเนื้อที่ 150 ตารางเมตร ของพรม มี 20 ห้อง ปกติขายห้องละ 5,000 บาท/ห้อง = 100,000 บาท/ชั้น

โรงแรมมี 20 ชั้น = 2,000,000บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่สูญเสียไป ต่อการทำความสะอาดต่อปี

ค่าใช้จ่ายของบริษัทในการซักแบบใช้น้ำร้อน(ฮอทวอเตอร์แอทแทคชั่น) ตัวอย่างคิดแค่ 10บาท/ตารางเมตร x 150 ตารางเมตร = 1,500 บาท/ต่อชั้น ในการทำความสะอาด หรือ 30,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายในการซักพรม 20 ชั้น

ค่าใช้จ่ายที่สูญเสียทั้งหมด = 2,030,000บาท ของค่าใช้จ่ายที่ซักแบบใช้น้ำคิดในราคาที่ถูกรวมกับค่าใช้จ่ายที่โรงแรมสูญเสีย

 

 

ระบบทำความสะอาดด้วยผงซักแห้ง(ดีพคลีน)ของเรา:

สามารถดำเนินการโดยไม่มีการปิดห้องทั้งหมด .... การสูญเสียรายได้ทั้งหมด = 0

ค่าบริการตัวอย่าง = 80บาท/ตารางเมตร x 150 ตารางเมตร x 20 ชั้น = 12,000 x 20 = 240,000 บาท

เพิ่มเติมกับ “0” คือการสูญเสียรายได้ของโรงแรม และตอนนี้เท่ากับว่าเราช่วยประหยัดให้ท่าน 1,790,000 ต่อปีในการทำความสะอาดพื้นที่พรมของท่านด้วยระบบการซักแห้งแบบไม่ใช้น้ำของเรา

 

คู่แข่งซักแบบใช้น้ำ/ตัวท่านเอง = ความสูญเสียที่ท่านต้องจ่ายทั้งหมด = 2,030,000 บาท/ปี

บริษัท คาร์เปทสมาร์ท = ประหยัดเงินค่าใช้จ่ายให้ท่านทั้งหมด = 1,790,000 บาท/ปี

 

ถึงแม้ว่า คู่แข่งหรือการซักแบบใช้น้ำอื่นๆจะทำให้ท่านฟรีก็ตาม หรือท่านจะทำงานซักด้วยตัวเองก็ตาม เรายังคงมีราคาการสูญเสียที่ถูกกว่ามาก รวมถึงยังได้ประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายในการใช้ระบบซักแห้งแบบไม่ใช้น้ำของเรา อย่างเช่น:

  1. สารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  2. ไม่มีการกักเก็บน้ำในพรม ท่านจึงมั่นใจในความแห้งสนิทของพรม

  3. ไม่มีโอกาสที่จะมีการเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียใดๆ

  4. ระยะเวลาที่แห้งเร็วหลังซักเสร็จ ท่านสามารทใช้พื้นที่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องรอนาน

  5. ยืดอายุการใช้งานพรมได้ยาวนานขึ้นซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ท่านคาดหวัง ทำให้ประหยัดเงินอย่างมหาศาลในการเปลี่ยนพรมใหม่

  6. เราใช้แปรงคุณภาพดีที่เหมาะกับขนพรมของท่าน ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือเกิดการฉีกขาดของเส้นใย ทำให้พรมของท่านมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

  7. ทำให้พรมของท่านฟูขึ้นอ่อนนุ่มขึ้น สะอาด ถูกสุขอนามัย สีสดสว่างสวยงาม และดูเหมือนใหม่ อยู่เสมอ